January 10
เพิ่งกลับจากเที่ยว San Francisco กับ Built มีคาวมรู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่สั้นมากเลยอยากให้เวลาที่เที่ยวด้วยกันแบบนี้มันนานกว่านี้จัง
ต้องรออีกทีปีหน้าเลยนะเนี่ยกว่าจะได้เจอกัน...เก็บแต่ความรู้สึกดีดีแบบนี้เอาไว้เพื่อรอเจอกันปีหน้า
เป็นการรอคอยที่นานจิงๆ
October 23
Fig 1 unstable emotion diagram of Panita Ng.^^,
September 05
หลังจากที่ไม่ได้อัพบล๊อกมาเป็นเวลาร่วม 3 เดือนเราก้อถือโอกาสอัพหลังจากการไปเที่ยวไกลๆจากมหาลัยครั้งแรกของเราละกันนะ เนื่องจากเป็น long weekend วันแรงงานของUS เค้า (1-3 September 2007) สมาชิกร่วมทริปครั้งนี้มี 6 ชีวิตจ้า
2 สาวสวย!??? นุ่น ชมพู
4 หนุ่ม 4 style พี่ตั้ม (หัวหน้าทัวร์) พี่โน๊ต (รองหัวหน้า+Navigator) พี่แนท พี่ตี๋
(ซ้าย --> ขวา พี่โน๊ต พี่แนท พี่ตั้ม พี่ตี๋ ชมพู)
วันแรก 1 September 07 Davis-LA-Anaheim
- ล้อหมุนออกจาก Davis ประมาณ 7.30 am จ้าา สมาชิกในทริปโดนบังคับกินข้าวเหนียวหมูปิ้ง-ไก่ปิ้งของเราทุกคนเลยเพราะขึ้นรถแล้วหนีไปไหนไม่ได้ เหอๆๆๆไม่มีใครท้องเสียนะเนี่ยขอบอก
- ถึง LA ประมาณบ่ายๆโปรแกรมแรกคือแวะกินอาหารไทยที่ Thai Town แถว Hollywood Blv. ประเดิมด้วย ร้านก๋วยเตี๋ยวรสเด็ด เปิดมา 30 กว่าปีแล้วนะเนี่ยคุณป้าเจ้าของเค้าบอกว่าทำมา 3 รุ่นแล้วหละ เมนูที่เรากินที่ร้านนี้คือก๋วยเตี๋ยวน้ำตก ข้าวขาหมู กุ๋ยช่ายทอด และ กล้วยแขก(อันนี้คุณป้าเจ้าของร้านแถมให้ค่ะ) รสชาติไทยมากๆ ร้านนี้ตั้งอยู่ใกล้ๆ ตลาดสีลม (LA) จ้า ทุกคนอิ่มอร่อยประทับใจ
- หลังจากนั้นก้อไปที่ Kodak Theater ที่ๆเค้าแจกรางวัลออสก้ากันมีดาวอยู่เต็มฟุตบาทเลยเห็นว่าถ้าดาราอยากมีดาวสีทองบนทางเดินอ่ะต้องเสียเงินเองด้วยเลยมีดาราหลายคนไม่มีชื่อบนฟุตบาทนี้ และนอกจากนี้ก้อยังมีรอยเท้า รอยมือ และลายเซ็นของดาราประทับบนซีเมนต์หน้า Chinese Theater อีกด้วยน้าาา ออที่ขาดไม่ได้เราได้เจอกะพวกเพื่อนๆจาก UC-Berkeley, USC, Caltech รวมสมาชิกทั้งหมดก้อประมาณ 15 ชีวิตด้วยกัน เหอๆ เยอะจิงๆ
- โปรแกรมต่อไปคือยกโขยงคน 15 คนไปถล่ม Santa Monica ชายหาดที่หน้าตาเหมือนพัทยาบ้านเรานั่นเอง "P ถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกกันที่นี่จ้าา
- ตบท้ายวันนี้ด้วยการไปกินข้าวที่ร้านอาหารจีนชื่อ INDIAN สาวเสริฟหน้าตาจิ้มลิ้ม เซ็กซี่ เหลือเกิน และสุดท้ายก้อไปส่งเพื่อนๆที่หอแถว USC หอเปลี่ยวเหลือเกิน T_T หลังจากนั้นพี่ตั้มและ Navigator โน๊ตก้อขับรถพาน้องๆเข้าพักที่โรงแรม Entendedstay แถว Anaheim ด้วยความสวัสดิภาพ หลับกันเป็นตายค๊าบบบบ
วันที่สอง 2 September 07 San Diego-Anaheim
- ออกเดินทางตั้งแต่ 8.30am ไปรับพี่กบที่ University of San Diego มหาลัยค่อนข้างไฮโซเลยอ่ะดูดีอยู่บนภูเขา
- เดินทางต่อไปจนถึงจุดมุ่งหมายถัดไป San Diego Zoo หนึ่งในสวนสัตว์ใหญ่ระดับโลกเลยทีเดียว สัตว์มากมายน่ารักทั้งนั้นเลย http://www.sandiegozoo.org/zoo/index.html เข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมกันได้นะจ๊
- หลังจากนั้นเราก้อไปกันต่อที่ Balboa Park ตึกแถวนี้สวยมากเลยมีคนมาแต่งงาน และก้อถ่ายรูปแต่งงานมากมาย ^^ก้อตึกเค้าเหมือนเป็น Studio ถ่ายรูปเลยนี่นา ไปหาดูรูปกะเรื่องราวเพิ่มเติมได้ที่ link นี่นะคะ http://www.balboapark.org/
- สุดท้ายก้อไปดูพระอาทิตย์ตกที่ Harbour Island สวยมากเลย ที่่นี่แอบมีคนทำ Romantic ด้วยหละมีผู้ชายคนนึงเค้าขอแฟนเค้าแต่งงานด้วย ลงทุนจ้างเครื่องบินที่ห้อยผ้าเขียนว่า I love you Allen : Will you marry me? :Jason เหอๆ ใครจะไปปฎิเสธหละค๊าบบบ
- ที่ San Diego นัดเจอกะเพื่อนชมพูที่เพิ่งมารู้ทีหลังว่าเป็นเพื่อนเราเหมือนกันอ่ะ "นอ" ภาคฟิสิกส์นะเองไปกินข้าวกันที่ร้าน Tajima เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นจ้าา รสชาติใช้ได้เลยหายคิดถึงอาหารญี่ปุ่นไปได้นิดนึงเลยจ้าาา
- เดินทางกลับสู่ที่พักโดยสวัสดิภาพเช่นเคยจ้าาโดยมี พี่โน๊ต และNavigatorตั้ม พาเราเข้าที่พักอย่างปลอดภัย
วันที่สาม 3 September 07 LA-Davis
- ออกจากที่พักแต่เช้าเลยทีเดียวไปดูเรือ Queen Mary ที Long Beach ค่ะเรือนี้อ่ะเค้าว่ากันว่าเป็นเรือผีสิงหละ http://www.queenmary.com/
- เที่ยงๆเราก้อฝากท้องกันที่ Thai Town อีกแล้วครับท่านทีนี้เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขา เหมือนกับที่กินที่พิษณุโลกเลย รสชาติขนาดสั่งเผ็ดน้อยยังต้องให้เค้าไปเปลี่ยนน้ำเป็นไม่เผ็ดเลยอ่ะ เพราะลิ้นห้อยเลย สำหรับเราร้านนี้น่าจะชื่อก๋วยเตี๋ยวห้อยลิ้นมากกว่า อิอิ แต่อร่อยเหมือนกันน้าาา
- เนื่องจากตอนบ่ายเกิด Accident นิดหน่อยทริปไป Getty Museum เลยอดเข้าเพราะ Museum ทั่วโลกปิดวันจันทร์อ่ะ เลยเปลี่ยนแผนไปเที่ยวที่ Down Town ของ LA แทน และก้อเข้าไปเที่ยวใน Walt Disney Concert Hall แต่ดันไม่ทัน Audio Tour เลยเข้าไปเดินบนสวนบนชั้นสามของตึกแทน (Blue Lotus Park)
- หลังจากนั้นเราก้อไปเที่ยว Caltech กันโดยมีเป็ดเป็น guide พาทัวร์มหาลัยเล็กๆขนาด 600 x 800 sq.m. เท่านั้นแต่ดังเหลือเกินมีนักเรียนทั้งหมดแค่ประมาณ 2000 คนเท่านั้นเอง
- เราปิดท้ายทริปด้วยการไปเดินตลาดสีลมที่ LA ซื้อของไทยกลับบ้านแล้วก้อกินข้าวต่อที่ร้านอาหารไทยชื่อ RCA (Red Corner Asia) ไม่ได้เป็นผับนะเป็นร้านหน้าตาประมาณ S&P หรือไม่ก้อ สีฟ้า อะไรประมาณนั้นจ้าา และก้อเดนทางกลับยังรังเดิมของพวกเราที่ Davis
ขอบคุณ
พี่ตั้ม หัวหน้าทัวร์แสนดีที่ทั้งขับรถ วางแผนเที่ยว แถมยังไม่เคยบ่นซักคำเลยสนุกมากค่ะทริปนี้
พี่โน๊ต Navigator ตาไวอ่านแผนที่เก่งกว่า GPS อีก
และสมาชิกร่วมทริปทุกคนนะคะ...ทริปมีสีสันมากเลยค่ะ
June 12
ได้เวลาอัพบล๊อกซะทีหลังจากที่มาถึงที่นี่ได้หลายวันแล้ว เวลาที่ Texas ก้อต่างจากเมืองไทยประมาณ 12 ชั่วโมงพอดีเลย
- อากาศที่นี่ร้อนค๊าบ ไม่ต่างจากบ้านเราเลยนะเนี่ย
- กิจกรรมยามว่าง ว่ายน้ำ ไปยิม ที่ขาดไม่ได้สำหรับคนสัญชาติไทยคือ เม๊าท์ นะเอง
- เวลาพระอาทิตย์ขึ้นลงนี่ทำเราสับสนมาก เพราะ sunrise ประมาณ 6 โมงเช้าเหมือนบ้านเราแต่ sunset นี่สิ สามทุ่มอ่ะ ก้อขนาดเดินไปกินข้าวเย็นยังต้องพกร่ม หมวก แว่นตาดำเลย ช่วง summer ที่นี่ day time กะ night time ตลกจิงๆ ทำให้คิดว่าบ้านเรานี่เป็นอะไรที่ stable สุดแล้วหละ
- อาหาร น่าเบื่อสุดๆ หลายคนอาจรู้ว่าตอนเราอยู่เมืองไทยเราชอบชวนกินอาหาร junk food ตลอด เหอๆๆ อยู่ที่นี่เหมือนโดนคำสาป มีแต่อาหาร junk food อาหารก้อเค็มสุดๆไม่มีอะไรพอดี เลยมีความคิดว่าฝรั่งมันจะเคยรู้จักคำว่าอร่อยและก้อกลมกล่อมมั๊ยเนี่ย มีพี่คนนึงใน trip บอกว่าถ้ามาเปิดโรงฟอกไตแถวนี้คงรวยน่าดู
เอาไว้มาอัพใหม่ดีก่า บ่นแค่นี่ก่อน
May 22
DAY 1 20 MAY BANGKOK-CHANGI-SUNTEC CITY-ESPLANADE-MERLION
ตื่นนอนตั้งแต่ 4.30น.กว่าจะไปถึงสนามบินก้อ 5.30น.ไปทำไมเร็วๆเนี่ยไม่เข้าใจพ่อเลยเหอๆๆ เค้าคงอยากให้เราเข้าไปดูอะไรๆในโซนผู้โดยสารขาออกมั๊ง เป็นหนแรกที่เดินทางโดยสายการบินราคาย่อมเยา Thai Air Asia เลยแอบลุ้นนิดๆว่าชั้นจะเป็นยังไงนะเนี่ย
- เริ่มต้น check in ด้วยแถวยาวเฟื้อยแค่สองแถวเท่านั้นและก้อไม่มีจองเก้าอี้ให้อ่ะเราต้องไปแย่งเองบนเครื่องมีงี๊ด้วย เราไม่ได้เข้าเครื่องบินด้วยงวงเหมือนคนอื่นเค้านะ555นั่งรถรับจาก Gate ไปเครื่องบิน เครื่องบินก้อแสนเก่าเหอๆๆ ทุกคนตอนขึ้นเครื่องก้อแย่งที่นั่งกันอย่างเอาเป็นเอาตายเลย โดยเฉพาะแก๊งอาม่าเนี่ยโว๊งเว๊งมากมายทีเดียว เลยหนีมานั่งเก้าอี้ที่ไกลอาม่าหน่อยแต่ด้วยความซวยดันลืมมองว่าเป็นเก้าอี้ที่ทางออกฉุกเฉินเลยปรับเอนไม่ได้ต้องนั่งตรงแด่วจนถึงสิงคโปร์
- เริ่ม ออกเดินทาง ก้อประมาณ 7.15 น. ขึ้นเครื่องหน้าต่างก้อปิดไม่ได้อีกร้อนอย่างแรงเพราะนั่งด้านที่พระอาทิดส่อง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.20 ชั่วโมง
- ถึงก้อประมาณ 10.15 (เวลาสิงคโปร์อ่ะ-เร็วกว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมง) ซื้อบัตร EZ-link เป็นบัตรตื๊ดที่ใช้ได้ทั้งรถเมลล์และ MRT (Mass Rapid Transportation) นั่งไปลงแถวๆโรงแรมและก้อเริ่มเที่ยวเลย
- เริ่มจาก Capital Mall แหล่งช้อปปิ้งใต้ดินที่เป็นทางเชื่อมจาก MRT ไปจนถึง Suntec City- ตึกที่สร้างตามฮวงจุ้ยมี 5 ตึกและก้อมีน้ำพุอยู่ตรงกลางเป็นน้ำพุที่ใหญ่ที่สุดในโลกแต่เกิดอาการแหง่วมากมายเพราะไอ่น้ำพุเนี่ยเปิดกลางคืน
- เลยเปลี่ยนแผนเดินไปดูวิวที่ The Esplanade เป็นโรงละครแห่งหนึ่งรูปร่างตึกเป็นทุเรียนผ่าซีกเป็นที่พรอดรักระดับเทพของสิงคโปร์ แล้วก้อเดินข้ามสะพานไปถ่ายรูปแถวสิงโตทะเลพ่นน้ำ โรงแรม Fullerton-โรงแรมหรูของที่นั่น เดินแกร่วๆจนเย็นเพื่อรอเก็บรูปตอนกลางคืน ทำให้ได้รู้ว่าคู่รักชาวสิงคโปร์จะมาดู๋ดี๋กันที่ Esplanade Park มากมายทุกครึ่งเมตรจะเจอหนึ่งคู่ ไม่ได้โม๊นะเหอๆๆ หลังจากนั้นก้อนั่งรถ MRT กลับโรงแรม
- เรานอนที่ Golden Landmark เป็นโรงแรมระดับสี่ดาวเราคาดหวังไว้ว่าต้องแขก (พวกแขกอินเดียอ่ะ) น่าจะน้อยแต่ที่ไหนได้เพียวเลย เหมือนเมาๆมัสมั่นเล็กน้อยเลาอยู่ในที่แคบๆเช่นลิฟท์ จากหน้าต่างโรงแรมจะมองเห็นย่านอาหรับ และก้อตึก Park Hill ที่เค้าว่ากันว่าดัดแปลงฮวงจุ้ยได้แพงระยับเลยทีเดียวเพราะดันมีตึกหน้าตาเหมือนขนมเปียกปูนหันด้านคมเข้ามาหา 2 ตึกเหมือนมีอะไรแทงเข้าเลยต้องสู้ด้วยรูปปั้นคนที่มีชื่อเสียง แก้อสัตว์ที่มีอำนาจรอบตึกเลย
- ด้วยความเหนื่อยเลยเปิดน้ำร้อนแช่เท้ากะน้องสาวคนสวยและนอนแบบไม่รู้เรื่องกันไปเลย
DAY 2 21 MAY LITTLE INDIA-CHINA TOWN-VIVO CITY-SENTOSA
- ตื่นแต่เช้านั่ง MRT ไปลงที่ Little India เฮ่อเหมือนเดินพาหุรัดเลย หุหุ ทั้งกลิ่นทั้งคนหน้าตาถอดแบบมาเป๊ะเลยไปเดินห้าง Mustafa ที่นี่เปิด 24 ชั่วโมงได้ของมานิดหน่อยแต่ด้วยความที่ฝ้ายไม่ชอบย่านนี้เลยเดินทางต่อไป
- China Town รู้สึกเหมือนเดินพาหุรัดมาตัดเข้าสำเพ็งเลยเข้าไปกินข้าวกลางวันเค้าเห็นหน้าเราก้อส่งภาษาจีนทันทีเลยเหอๆๆๆ --" ไม่รู้เรื่องเฟร่ย ไม่ได้ซื้ออะไรมากเก็บบรรยากาศอย่างเดียวรู้สึกว่าตึกเค้าสีสวยดี
- VIVO CITY เป็นห้างใหม่ของสิงคโปร์ ประเทศก้อเล็กแต่ห้างโค-ตะ-ระ เยอะเลยมีแต่ที่ใช้เงิน เราต่อ Sentosa Express ไปลงที่เกาะ Sentosa ด้วยความคาดหวังว่าต้องเป็นเกาะที่น่าเที่ยวมากๆ เหอๆๆ แต่ผิดหวังอย่างแรงไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ หุหุ ประเทศอะไรเนี่ยโปรโมตประเทศเก่งจิงๆ โฆษณาจนน่าเที่ยวได้ ชายหาดยังสู้พัทยาไม่ได้เลย แต่เค้ามีระบบจัดการที่ดีมาก ขาดแต่ความสวยของมันเท่านั้นเอง
- อยู่บนเกาะประมาณ 2 ชั่วโมงก่าๆและก้อทนไม่ไหวไม่มีออะไรทำอย่างแรงเลยมาช๊อปต่อที่ VIVO City ดีกว่า
- คืนนี้เราเปลี่ยนที่นอนมาที่ Fort Canning Lodge อยู่ใกล้ๆ Orchard Road
- สามสาว เรา-ฝ้าย-แม่ ก้อไปเดินกันตอนกลางคืนเพื่อ Survey ถนน Orchard เดินผิดเดินถูกแต่ที่ฮาคือ มีคนมาถามทางเราเยอะมาก ทั้งคนในประเทศและนักท่องเที่ยว สงสัยหน้าตาเป็นหมวยๆท้องถิ่นๆมั๊งเค้าเลยมาถามทางเรา 555
DAY 3 22 MAY ORCHARD ROAD -CHANGI-BANGKOK
- เดินช๊อปกันแต่เช้าเลยทีเดียวตั้งแต้เช้าจนเย็นทั้งที่ ORCHARD และ airport
- เดินทางถึงสุวรรณภูมิก้อประมาณ 9.55น.
- นอนหลับเป็นตายครับท่าน
ป.ล.ขอบคุณเพื่อนๆนะจ๊ะสำหรับ Farewell Party อ่ะค่า
May 11
BYE BYE BANGKOK
วันนี้ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเวลาแห่งการจากลาจะมาได้เร็วขนาดนี้ เราก้อรู้ว่าต้องไปนะแต่มันไวจังเลยยังไม่ได้เตรียมใจจากใครบางคน เพื่อนๆ หรือครอบครัวไปเท่าไหร่เลย
อย่างที่เราเคยบอกไว้ว่าน่าจะไปช่วงกรกฏาอ่ะเราคาดไว้อย่างงั๊นจิงๆแต่ที่ไหนได้ ก.พ.ระบุวันเป็ฯสายฟ้าฟาดมาก
เราต้องไปถึง US ภายในวันที่ 5-9 มิ.ย. นี้แล้ว
เรียนภาษาที่ Texas ตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย.-3ส.ค. จ้า ที่นี่เราจะได้เจอเอก กะ มน อ่ะเพื่อนๆใครอยากฝากไรไปก้อบอกเราละกันนะ
แล้วเดินทางไป California เพื่อเรียนPhd ต่อ เริ่ม start ทำอะไรจิงๆก้อประมาณ 19 ก.ย. เปิดเทอม 24 ก.ย.จ้า
เราจะคิดถึงทุกคนนะคะ